วันอังคารที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2553

การทำหมันถาวรของหญิง

ถุงยางเป็นการคุมกำเนิด สำหรับผู้ที่ยังไม่พร้อมมีบุตร สำหรับการทำหมันถาวรในหญิง คือ ปิดทางไม่ให้ไข่ตกลงมาตามท่อนำไข่ ไม่ให้มีไข่ตกลงมาผสมกับเชื้ออสุจิ มักทำกันหลังคลอดที่ตัดสินใจว่าจะไม่มีลูกอีกแล้ว มักจะทำทันทีหลังคลอดหรือไม่ก็ทำในวันรุ่งขึ้น คุณผู้หญิงจึงควรแจ้งแพทย์ไว้ก่อนล่วงหน้า เพื่อการเตรียมพร้อมสำหรับเครื่องมือ เวลา และเจ้าหน้าที่ การทำหลังคลอดนั้นมีข้อดีคือ มดลูกยังขยายใหญ่อยู่เหนือสะดือ ทำให้ผ่าตัดได้ง่าย เพียงผ่าเปิดหน้าท้องเล็กน้อยแล้วดึงท่อนำไข่มาผูกหรือตัดขาดออกจากกัน โดยต้องทำสองข้างซ้ายขวา แล้วจึงปิดแผลหน้าท้อง แผลผ่าตัดที่เกิดขึ้นมีขนาดเล็กมาก อีกแบบหนึ่งเรียกว่าหมันแห้ง คือ ทำตอนที่ไม่ใช่หลังคลอด ซึ่งมดลูกจะแห้งและมีขนาดเล็ก การทำหมันถาวรของหญิงไม่มีผลเสียแต่ประการใดทั้งทางร่างกายและจิตใจ เพราะฮอร์โมนเพศยังคงสร้างและมีการหลั่งออกมาเหมือนเดิม การแก้หมันเพื่อต้องการมีบุตรอีกสามารถทำได้หากแพทย์ไม่ได้ตัดท่อนำไข่ออกไปมากนัก และสุขภาพผู้หญิงแข็งแรงดีพอ โอกาสกลับมามีบุตรได้คือร้อยละ 50 เท่านั้น ดังนั้นหากจะทำหมันถาวรควรให้แน่ใจจริงๆ ว่าไม่ต้องการมีบุตรอีกแล้ว

ที่มา หนังสือครบเครื่องเรื่องผู้หญิง

วันเสาร์ที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2553

ประจำเดือนมาตรงกำหนดจริงหรือ? มีไข่ตกหรือเปล่า?

เรื่องที่ต้องทำความเข้าใจอีกอย่างก็คือ คนเรามีรอบเดือนไม่จำเป็นต้องมีการตกไข่ แต่ถ้ามีไข่ตกจำเป็นต้องมีรอบเดือนถ้าไม่ชิงท้องเสียก่อน ลักษณะของการมีรอบเดือนมาตรงกำหนดโดยสม่ำเสมอพอจะบอกได้คร่าวๆว่า รอบเดือนที่ผ่านมานั้นมีการตกไข่หรือไม่ คือ

ถ้าหากมีรอบเดือนมาตรงเวลาก็แสดงว่าคุณน่าจะมีการตกของไข่เกิดขี้น คำว่า ตรงเวลาของรอบเดือน คือโดยประมาณ 28 วันมาครั้ง หรือหากมาวันที่ 30 ก็ต้องมาประมาณวันที่ 30 อีกทุกเดืนอ บางคนอาจมาถี่หน่อย คือมาทุก 21 วัน หรือบางคนอาจมาช้าหน่อยประมาณ 35 วันมาครั้งหนึ่ง ทั้งหมดที่กล่าวมาจัดว่า ประจำเดือนมาสม่ำเสมอและตรงเวลา เพราะทางแพทย์ถือว่ารอบเดือนที่ปกติจะอยู่ในช่วง 21-35 วัน และมักมีการตกของไข่เสมอ ซึ่งแตกต่างจากคนที่รอบเดือนไม่แน่นอน ที่อาจตกไข่บ่าง ไม่ตกไข่บ้าง

สรุปก็คือถ้าคุณมีไข่ตกสม่ำเสมอ เยื่อบุโพรงมดลูกก็ลอกอย่างมีระเบียบเวลา แต่ถ้าไม่มีการตกของไข่ การลอกตัวขอเยื่อบุโพรงมดลูกมักจะไม่แน่ไม่นอน ช้าบ้างเร็วบ้าง หรือหลายๆเดือนจะมีรอบเดือนมาสักครั้ง ถ้าคุณมีลักษณะประจำเดือนแบบนี้ จะทำให้มีลูกได้ยาก ต้องไปปรึกษาแพทย์เพื่อช่วยหาวันตกไข่ที่แน่นอนนะคะ

และถ้าหากเคยมีประจำเดือนทุก 30 วันแล้วเดือนต่อมาไม่มีประจำเดือนถือว่าเป็นความผิดปกติ อาจตั้งครรภ์ หรือมีสิ่งรบกวน สิ่งที่มีอิทธิพลทำให้ประจำเดือนมาไม่สม่ำเสมอได้แก่ ความเครียด สุขภาพร่างกาย ความเจ็บไข้ การมีน้ำหนักเพิ่มหรือลดลงมาก

ที่มา หนังสือครบเครื่องเรื่องผู้หญิง

ถุงยาง

วันพุธที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2553

คุณภาพชีวิตหลังผ่าตัด

รายงานการแพทย์จากโรงพยาบาลวอร์เซสเตอร์เซียร์ ของมหาวิทยาลัยเบอร์มิงแฮม กล่าวถึงคนไข้ได้รับการผ่าตัดมะเร็งลำไส้ใหญ่ แล้วได้รับผลกระทบถึงสมรรถภาพทางเพศโดยการใช้หลักการคำนวณสภาพคะแนนของอีดีโดยใช้ระบบยึดคะแนนต่ำกว่า 21 ก็จัดเป็นคนไข้อีดี พบมีจำนวนคนไข้มีความทุกข์กายทุกข์ใจจากอาการอีดี พบได้ถึง 84% ในคนไข้ผ่าตัดมะเร็งลำไส้ใหญ่ อายุอยู่ระหว่าง 28 ถึง 95 ปี การรวมตัวเลขคนไข้หลังผ่าตัดมะเร็งเป็นประโยชน์ต่อคนไข้มะเร็งทั้งหลายที่มีชีวิตอยู่หลังผ่าตัด การแพทย์เจริญมากในปัจจุบันที่อัตราการรอดชีวิตของคนไข้มะเร็งหลากหลายชนิด มีตัวเลขสูงขี้น เช่น คนไข้หลังผ่าตัดมะเร็งปอด มะเร็งลำไส้ มะเร็งไต มะเร็งต่อมลูกหมาก จำนวนรอดตายมีชีวิตอยูนานเกิน 5 ปี 10 ปีขึ้นไปมีมากขี้น แต่ชีวิตจริงคนป่วยย่อมต้องการคุณภาพชีวิตเช่นเดิม โดยเฉพาะด้านเพศสัมพันธ์ เช่น ก่อนป่วย เคยออกกำลังได้แบบไหนที่ช่วยให้สดชื่นเวลามีการออกกำลังกายก็ย่อมจะต้องการฟื้นคืน ความสุขในขณะออกกำลังเช่นชีวิตเดิม หากผ่าตัดแล้วถูกจำกัดไม่ให้ออกกำลัง หรือลดวิถีดำรงชีวิตก็จะหงุดหงิดผิดหวังได้ ทำให้ลดคุณภาพชีวิตที่ดีไปโดยเฉพาะสมรรถภาพทางเพศถือได้ว่ามีความสำคัญลำดับที่หนึ่ง การเตรียมตัวก่อนผ่าตัดจึงจำเป็นต้องพร้อมก่อนผ่า เพราะโอกาสที่จะฟื้นตัวทางเพศจะได้ดีมากกว่าผู้ที่ไม่ได้เตรียมตัวและความสามารถจะฟื้นตัวทางเพศจะเกิดขี้นได้เร็วกว่ามาก เมื่อเทียบกับกลุ่มที่ไม่ได้เตรียมตัวมาก่อน

คนไข้หลายคนผิดหวังเพราะก่อนผ่าตัดตกใจรีบร้อนกลัวตายจากโรคมะเร็งแล้วก็รีบร้อนไปรับการผ่าตัดรักษามะเร็ง โดยไม่ได้เตรียมตัว ผลของการฟื้นตัวหลังผ่าตัดก็จะช้ากว่าผู้ที่ได้เตรียมตัวมาอย่างดี ยิ่งชายที่อายุน้อยกว่า 60 ปี แล้วมีปัญหาอีดีจะเป็นกลุ่มที่ทรมานทางใจมากที่สุด คุณภาพชีวิตลดลงไป จากชายที่ได้รับการเทิดทูนจากฝ่ายหญิงว่าเป็นชายคนเก่ง ที่ถูกลดชั้นไปเป็นชายอ่อนแอทางสมรรถภาพ ยิ่งฝ่ายหญิงมีอายุน้อยกว่า 10-20 ปี ก็ยิ่งเดือนร้อนหนัก กลุ่มนี้มักจะใจร้อนยาฟื้นฟูยาเฉพาะกิจมักจะไม่ทันใจชายใจร้อนกลุ่มนี้มักเสริมด้วยยาฉีด จะพบว่าได้ผลทันใจช่วยให้คลายความใจร้อนคลายความเครียดได้อย่างทันอกทันใจมีการแข็งตัวได้นานเป็นชั่วโมง เมื่อได้พลังความสุขพลังใจทางเพศกลับคืนมาก็จะสามารถดำรงคุณภาพชีวิตชั้นดีได้ต่อเนื่องมีกำลังใจที่จะปฏิบัติการงานให้ได้ผลดี และดีขี้นอย่างสุดความสามารถ หลายคนปล่อยตัวปล่อยใจให้ผมเผ้ารุงรังเพราะผิดหวังด้านสมรรถภาพทางเพศอย่างจริงจังหลังผ่าตัดมะเร็งและกลุ่มเบาหวานเรื้อรัง กลุ่มนี้จะมีอาการท้อแท้ปล่อยผมเผ้ารุงรังเมื่อการฟื้นฟูได้ผลดีก็จะเปลี่ยนบุคลิกโดยตัดผลหล่องามอีก เริ่มออกกำลังกายสม่ำเสมอเป็นประจำ หน้าตาอิ่มเอิบมีความสุข ผิวพรรณเปล่งปลั่งมีราศึจับอีกหนเมื่อเทียบกับกลุ่มที่เอาแต่ท้อแท้หมดกำลังใจแล้วจะต่างกันแบบดำและขาว กลุ่มท้อแท้จะไม่เข้าสังคมหลบหนีผู้คน มองสังคมและโลกในแง่ร้าย ละทิ้งการงานในครอบครัวก็จะมีปากเสียงกันบ่อย เปลี่ยนจากพระเอกของครอบครัวมาเป็นผู้ร้ายต่อเนื่องของครอบครัวคือปากร้าย คิดร้าน ระแวงคนในครอบครัวไปหมดทุกด้าน แบบนี้ฝ่ายหญิงต้องเข้าใจ ให้กำลังใจเปิดโอกาสให้คนไข้หลังผ่าตัดหรืออีดีเรื้อรังฟื้นฟูตัวเองถึงเรียกว่าเป็นคู่ทุกข์คู่ยากรักกันยายากน้ำใจผู้หญิงมักเข้าใจผิดว่าเมื่อผู้ชายอ่อนแอทางเพศแล้วจะไม่ฟื้นจึงรีบปฏิเสธบ่อยๆจนผู้ชายหมดกำลังใจยามป่วย ช่วงนี้ห้ามใช้คำพูดถากถางล้อเลียนทางสมรรถภาพทางเพศอย่างเด็ดขาดเพราะอีกฝ่ายจะรับพูดล้อเล่นไม่ได้เด็ดขาดโอกาสฟื้นฟูมีไหมต้องตอบว่ามีแน่นอนขอให้อดทนตั้งใจฟื้นฟูก็จะช่วยเพิ่มโอกาสสูงขี้นแล้วก็จะมีคุณภาพชีวิตที่ดีอีกครั้ง

ที่มา หนังสือพิมพ์เดลินิวส์
ถุงยาง

วันอังคารที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2553

เอ็ม (M) เป็นตัวย่อที่ทุกคนต้องมีต้องใช้ ย่อมาจากคำว่า มันนี่ (money) มีประโยชน์แก่พื้นฐานชีวิตประจำวันขาดไม่ได้ เอ็มอีกตัวคือ มาสเตอร์เบชั่น Masterbation (การช่วยเหลือตนเอง) เป็นเรื่องของสุขภาพทางเพศเช่นกัน ใช้เวลายังไม่มีคู่หรือคู่ครองบกพร่องจะได้ไม่ต้องอดทนกับคู่ครองที่ไร้สมรรถภาพ การช่วยตัวเองเป็นทางออกแบบธรรมชาติดที่วิเศษที่สุด มีประโยชน์ทั้งชายและหญิงมิใช่ของสกปรกแต่อย่างใด วัยรุ่นก็ได้ประโยชน์หากปฏิบัติเหมาะสมไม่พร่ำเพรื่อ ข้อมูลของวัยรุ่นที่ปฏิบัติมากบ่อยไปคือทำทุกเวลา เช้า-บ่าย-เย็น-ค่ำ ทุกวัน แบบนี้ต้องรักษาโดยหันความสนใจไปเล่นกีฬาชนิดออกแรงจนเหงื่อหยด ฮอร์โมนในวัยหนุ่มสาวเป็นตัวพาให้เกิดอารมณ์ทางเพศก็เป็นธรรมชาติเช่นกันของชีวิตที่มีครบ เกิด แก่ เจ็บ ตาย ธรรมชาติมีทางให้มวลชนมีความสุขได้ด้วยตนเองโดยไม่จำเป็นต้องพึ่งคนอื่นมากเกินกว่าเหตุ หรือหลวมตัวไปจับคู่กันเข้าแต่บังเอิญอีกฝ่ายอ่อนแออ่อนตัวปฏิบัติไม่ได้นานพอ บางคู่ที่รักกันแทบตายแต่พอแต่งแล้วพบว่าควบคุมการหลั่งไม่ได้ ก็เลยไม่เคยมีความสุขจากการร่วมเพศจึงเป็นเรื่องทรมานที่ต้องมีชีวิตคู่เลบต้องพึ่งอีกฝ่าย ไม่ใช่จะเกิดแก่ฝ่ายหญิงเท่านั้นฝ่ายชายก็พบความผิดหวังได้เช่นกัน คือหากโชคร้ายไปจับคู่กับฝ่ายหญิงที่ไม่มีอารมณ์หรือเป็นหญิงไฟเย็น เชื่องช้า ต้องใช้เวลาเป็นชั่วโมงถึงจะมีโอกาสถึงจุดสุดยอดได้อยู่กันมา 10 ปี หญิงบางคนยังไม่เคยถึงจุดออกัสเซอรม์กับสามีเลย ไม่รู้จักว่าเป็นอย่างไรแต่มีความสุขด้วยการช่วยตัวเองได้บ่อยๆ เลยทำให้ชาเย็นกับสามีแล้วไปตั้งเกณฑ์ให้สามีมีโควตาเพศสัมพันธ์ได้ 1 ครั้งต่อเดือน แบบไม่มีข้อแม้หากตรงกับวันรอบเดือนก็ต้องงดโควตาเดือนนั้นไป

การมีกฏเกณฑ์บ่งถึงความไม่สมดุลทางเพศคือชายนั้นไม่ใช่หรือหญิงนั้นไม่ใช่เช่นกัน หากใช่ก็จะเรียกหาโทรฯกันทั้งวัน ไกลกันสัก 2-3 วันก็จะเป็นจะตาย การติดต่อกันบ่อยๆ ตลอดเวลาบอกถึงความห่วงใยซึ่งกันและกัน จะเกิดได้ก็จากความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดที่ให้และรับความสุขกันได้ทั้งคู่ ฝ่ายที่ได้กีคือกิจการด้านโทรศํพท์ถึงมีความเจริญด้านบริการความสุขทางใจให้กันและกัน เอ็มในผู้ชายก็พบบ่อยในชายที่รังเกียจการใช้บริการจากหญิงบริการต่างๆเลยได้ประโยชน์จากการเอ็มช่วยตัวเอง ชายสะอาดจะเน้นความสะอาดเป็นเรื่องใหญ่ เพราะไม่ชอบใช้ของที่ปนกันกับชายอื่นมากมาย กลัวติดโรค จะมีอาการอีดีทุกครั้งที่ไปอาบอบนวด แต่เวลาช่วยตัวเองจะมีการแข็งตัวได้ดีทุกครั้ง หญิงก็มีความสุขจกาารทำเอ็มได้เช่นกัน คือไม่ต้องการง้อฝ่ายชายที่มาอยู่ใกล้ชิดคู่กันในฐานะหลากหลายแบบน้องบ้างพี่บ้างป๋าบ้างแฟนบ้างคือไม่ต้องการอยู่ใต้อิทธิพลของอีกฝ่าย บางคนก็ไม่มีความสุขจากฝ่ายชายที่อ่อนแอ ที่ช่วยไม่ได้คือกลุ่มหญิงแม่ม่ายที่ไม่ต้องการมีภาระกับชายอื่น หลังจากเริ่มเป็นม่ายก็มีทางออกที่สวยงามไม่ต้องเสี่ยงกับชายเลวๆโดยใช่เหตุ

ข้อมูลจากนิตยสารการแพทย์ของสหรัฐ พบว่าหญิงที่รักอิสรภาพจะเอ็มตัวเองให้มีความสุขก็มีวิธีใช้เครื่องมือช่วยสั่นกระตุ้นอารมณ์ให้ถึงจุดสุดยอดมีจำนวน 46.3% เปรียบเทียบกัยหญิงที่ไม่เคยใช้เครื่องช่วยกระตุ้นเพื่อช่วยตัวเอง แต่ใช้นิ้วช่วยนั้นมี 53.7% หญิงที่ใช้เครื่องช่วยกระตุ้นก่อนการมีเพศสัมพันธ์พบได้ 40.9% และหญิงกลุ่มที่ใช้เครื่องช่วยมีการใช้จำนวน 37.3% การช่วยตัวเองเป็นสิทธิส่วนบุคคลที่จะได้ประโยชน์ตามชีวิตคู่ของแต่ละคนที่ไม่อาจบังคับกะเกณฑ์ได้ว่าต้องแต่งต้องอยู่ด้วยกัน ความตายเป็นเรื่องที่ห้ามกันไม่ได้จึงมีชายม่ายหญิงม่ายที่ต้องอยู่ต่อแบบมีความสุขด้วยตนเองคือจะไปห้ามอีกฝ่ายไม่ให้ตายนั้นไม่ได้เพราะมีกฏเกณฑ์ธรรมชาติ ควบคุมอยู่เสมอ

ที่มา หนังสือพิมพ์เดลินิวส์
ถุงยาง

วันจันทร์ที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2553

วัย 40 กะรัตกับการคุมกำเนิด

"ชีวิตเริ่มต้นที่อายุ 40 หรือ LIFE START AT FORTY" ใครไม่รู้กล่าวเอาไว้น่าฟังมาก เพราะเมื่อเข้าสู่วัยนี้แล้ว ความรู้ ความสามารถ หน้าที่การงานและอะไรต่อมิอะไรที่ดีๆ จะเริ่มเข้ามาสู่ชีวิต
เพียงแต่คุณจะรับรู้ถึงการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวหรือไม่เท่านั้น แต่เมื่อถึงวัยร่างกายก็เปลี่ยนแปลง ในวัย 40 ปี หรือที่บางคนเรียกว่าผู้หญิง 40 กะรัตนั้น ผู้หญิงเราเริ่มที่จะย่างก้าวเข้าสู่วัยหมดประจำเดือนระยแรก หรือที่บางคนเรียกว่าวัยทอง ถ้ารู้จักที่จะดำรงชีวิตให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีแล้ว วัยทองก็จะเป็นวัยคุณภาพ เป็นวัยที่สามารถดำเนินชีวิตได้อย่างมีคุณภาพ ในวัยนี้การเปลี่ยนแปลงที่เห็นชัดเจนนอกจากอารมณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปแล้ว รังไข่ก็จะทำงานลดลง มีการตกไข่ไม่สม่ำเสมอ ไม่ตรงเวลาและไม่ตกไข่ทุกเดือน ทำให้ประจำเดือนมาบ้างไม่มาบ้าง นอกจากนี้ความเต่งตึงของผิวหนังก็ลดลง มีอาการร้อนวูบวาบตามตัว
คุณผู้หญิงที่ยังมีกิจกรรมทางเพศกับสามีอย่างสม่ำเสมอมาก่อนบางรายก็อาจเริ่มเบื่อหน่าย แต่บางรายก็มีความสุขมากขึ้น มีความต้องการและอารมณ์เพศมากขึ้นแล้วแต่สภาพร่างกายและจิตใจของแต่ละคน แต่ส่วนใหญ่แล้วมักจะมีคำถามที่คล้ายๆ กันว่า
"ถ้าไม่คุมกำเนิด จะท้องไหม"
"ถ้าจะให้คุมกำเนิด จะคุมอย่างไร กินยาคุมก็กลัวอ้วน กลัวเป็นสิวเป็นฝ้าเดี๋ยวจะไม่สวย จะฉีดยาคุมกำเนิดก็กลัวไม่มีประจำเดือน เลือดจะแห้ง จะทำหมันก็กลัวเป็นฮิสทีเรีย จะใส่ห่วงอนามัยหรือก็กลัวสามีเจ็บเวลามีอะไรกัน"
"ถ้าได้ฮอร์โมนเพศหญิงทดแทนสำหรับผู้หญิงวัยทองแล้ว ยังจะต้องคุมกำเนิดอีกไหม"
"แล้วจะให้คุมไปอีกนานเท่าใด"
คงจะต้องตอบแบบนี้ครับว่า ถ้าไม่คุมกำเนิดก็มีสิทธิ์ที่จะตั้งครรภ์ได้ ถึงแม้ว่าโอกาสที่จะเกิดการตั้งครรภ์ลดลงมากแล้วก็ตาม นอกจากนี้ถ้าเกิดการตั้งครรภ์ขึ้นในวัย 40 ขึ้นไปนี้ โอกาสที่ทารกในครรภ์จะเป็นโรคสมองพิการแต่กำเนิด รวมทั้งความพิการแต่กำเนิดอื่นๆ ก็สูงกว่าปกติ ซ้ำยังอาจแท้งบุตรได้ง่ายกว่าปกติด้วย เพราะฉะนั้นถ้าไม่ได้ตั้งใจแล้วละก็อย่าปล่อยให้ท้องน่าจะเป็นการดีกว่าจริงไหมครับ
ส่วนการรับประทานฮอร์โมนทดแทนนั้น แม้ว่าส่วนใหญ่แล้วจะมีโอกาสตกไข่ได้น้อยแต่อย่าเสี่ยงน่าจะดีกว่า
ถ้าจะใช้ยาคุมกำเนิด ก็ขอให้เลือกใช้ชนิดที่มีปริมาณฮอร์โมนต่ำที่เรียกกันว่า LOW DOSE CONTRACEPTIVE PILL ซึ่งในปัจจุบันมีจำหน่ายหลายยี่ห้อ ก็ขอให้เลือกใช้กันตามอัธยาศัย
ถ้าจะฉีดยาคุมกำเนิด ก็ต้องดูว่าเมื่อฉีดแล้วเกิดอาการข้างเคียงจำพวกเลือดออกกะปริดกะปรอยไหม ถ้าไม่เกิดขึ้นก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไรที่จะใช้ สบายดีเสียอีก 3 เดือนฉีดครั้ง ไม่ต้องกลัวลืม แถมไม่มีประจำเดือนออกมาให้รำคาญด้วย แต่ถ้าฉีดยาคุมกำเนิดแล้วเกิดอาการเลือดออกกะปริดปรอยก็ควรจะใช้วิธีอื่น เพราะการมีเลือดออกกะปริดกะปรอยในวัยนี้อาจทำให้ปิดบังอาการเลือดออกผิดปกติจากโรคร้ายจำพวกเนื้องอกหรือมะเร็งได้
แต่ถ้าไม่ชอบยาคุมที่มีฮอร์โมนทั้งชนิดฉีดและชนิดรับประทานแล้ว หรือใช้แล้วเกิดอาการข้างเคียงที่ไม่ชอบใจก็น่าจะเปลี่ยนไปลองใช้ห่วงอนามัยรุ่นใหม่ๆ ที่มีขนาดเล็กใส่แล้วไม่เจ็บ และไม่มีประจำเดือนออกมาผิดปกติเหมือนรุ่นเก่า ถ้ากลัวคุณสามีเจ็บละก้อขอให้คุณหมอตัดสายให้สั้นเสียก็จะหมดเรื่องไป
ถ้าเป็นคนชอบธรรมชาติแล้วละก็ การนับวันปลอดภัยในวัยนี้ค่อนข้างจะไม่ปลอดภัยเพราะประจำเดือนมาไม่แน่นอน ทางที่ดีถ้าจะใช้ควรจะให้คุณผู้ชายเธอหลั่งภายนอกด้วยจะปลอดภัยกว่า
เพียงแต่เขาของคุณจะยอมหรือไม่เท่านั้นเอง
การใช้ถุงยางอนามัยเป็นทางเลือกของคนที่ไม่ต้องการได้รับยาฮอร์โมนหรือของแปลกปลอมเข้าไปในร่างกาย และถุงยางอนามัยในปัจจุบันก็ได้รับการออกแบบให้มีประสิทธิภาพสูง ใช้งานง่าย ได้รับสัมผัสรักอย่างเต็มที่และปลอดภัยไม่รบกวนต่อระบบฮอร์โมนของร่างกาย ทำให้ไม่มีผลต่อน้ำหนัก ไม่เป็นสิวฝ้า และไม่มีประจำเดือนผิดปกติ รวมทั้งยังหาซื้อได้ง่าย สะดวก ซ้ำยังอาจช่วยป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ได้ด้วย
รักชอบชนิดใด ถูกอัธยาศัยกับการคุมกำเนิดแบบใด ก็ใช้แบบนั้น
เท่านี้คุณผู้หญิงวัยทองก็มีอิสระในการเลือกทางชีวิตแล้ว


ที่มา : หนังสือคลินิกรักฉบับเซ็กซ์ประจำบ้าน

วันเสาร์ที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2553

ความแตกต่างการใช้ยาคุมกำเนิดหลังการมีเพศสัมพันธ์กับการใช้ถุงยางอนามัย

การใช้ยาคุมกำเนิดหลังการมีเพศสัมพันธ์ที่มีจำหน่ายในประเทศไทยไม่ว่าจะเป็นยี่ห้อโพสตินอร์หรือมาดอนน่าก็ตามควรรับประทานภายใน 1 ชั่วโมง หลังจากการร่วมรัก ไม่อย่างนั้นประสิทธิภาพในการป้องกันการตั้งครรภ์ก็จะลดลง และไม่ควรจะรับประทานเกินเดือนละ 4 เม็ด เพราะจะทำให้ฮอร์โมนเพศมากเกินไป อาจเกิดอันตรายในภายหลังถ้าใช้เป็นเวลานานๆ ยาคุมฉุกเฉินนั้นเป็นวิธีการป้องกันการตั้งครรภ์โดยการรับประทานยาเม็ดคุมกำเนิชนิดเม็ดรวม ที่มีปริมาณฮอร์โมนเอสโตรเจนขนาด 50 ไมโครกรัม เช้า 2 เม็ด เย็น 2 เม็ด จะสามารถป้องกันการตั้งครรภ์ได้ประมาณ 97 เปอร์เซ็นต์ แต่ถ้าเป็นยาคุมกำเนิดชนิดเม็ดรวมที่มีปริมาณฮอร์โมนเอสโตรเจน 30 ไมโครกรัม คงจะต้องรับประทานเช้า 3 เม็ด เย็น 3 เม็ด จึงจะได้ผลเท่าเทียมกัน แต่ไม่ควรใช้ยาเม็ดคุมกำเนิดชนิดเม็ดรวมที่มีปริมาณเอสโตรเจนต่ำมากคือ 20 ไมโครกรัม เพราะแบบนั้นคุรต้องรับประทานเช้า 5 เม็ด เย็น 5 เม็ด ทำให้ได้รับฮอร์โมนโปรเจสโตโคน ในเม็ดยาคุมกำเนิดมากเกินไป จนเกิดอาการข้างเคียงจำพวกคลื่นไส้อาเจียนได้มาก

ถ้าคุณผู้หญิงทั้งหลายคิดว่าโอกาสที่จะมีเพศสัมพันธ์นั้นแม้ว่าจะไม่แน่นอน แต่ถ้ามีโอกาสมากกว่า 4 ครั้งต่อเดือนแล้วผมว่า รับประทานยาเม็ดคุมกำเนิดชนิดเม็ดรวมที่มีปริมาณฮอร์โมนเอสโตรเจนต่ำ คือ 20 ไมโครกรัม เป็นประจำทุกวันจะเป็นการดีที่สุดทั้งในแง่ประสิทธิภาพของการป้องกันการตั้งครรภและยังมีอาการข้างเคียงน้อยด้วยแต่ถ้าไม่แน่ใจในเขาคนนั้นแล้วละก็ ให้เขาสวมถุงยางอนามัยจะดีกว่า การรับประทานยาคุมหลังร่วมเพศมากนัก

ที่มา หนังสือคลินิกรักฉบับบเปิดมุ้ง น.พ. พันธ์ศักดิ์ ศุกระฤกษ์

วันจันทร์ที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

การมีเพศสัมพันธ์และการคุมกำเนิดของคุณแม่หลังคลอด

มารดาหลังคลอดจะต้องงดร่วมเพศ 6 สัปดาห์หลังคลอด เนื่องจากมีแผลฝีเย็บอาจจะฉีกขาดได้ ถ้ามีการร่วมเพศเร็วเกินไปและเนื่องจากแผลในโพรงมดลูกยังไม่เข้าสู่ปกติ อาจมีการติดเชื้อได้ และหลังคลอดใน 6 สัปดาห์แรกนี้ มารดาไม่ควรสอดใส่วัสดุใดๆเข้าไปในช่องคลอด

การมาพบแพทย์ตามนัดและการคุมกำเนิด

แพทย์จะนัดตรวจมารดาหลังคลอดประมาณ 30-45 วัน หลังคลอดเพื่อตรวจดูอวัยวะต่างๆว่าเข้าสู่สภาพปกติหรือไม่ และพร้อมรับคำปรึกษาเกี่ยวกับการคุมกำเนิด การคุมกำเนิดมีหลายวิธี ดังนี้


  • การใช้ถุงยางอนามัย

  • การใช้ยาคุมกำเนิด

  • การใส่ห่วงคุมกำเนิด

  • การฉีดยาคุมหรือฝังยาใต้ผิวหนัง

  • การนับวันตกไข่

  • การหลั่งน้ำกามภายนอกของฝ่ายชาย

  • การใช้ยาสอดฆ่าเชื้ออสุจิ

  • การทำหมัน



ดังนั้นเพื่อสุขภาพของมารดาและบุตร ในอนาคตมารดาควรเริ่มระยะตั้งครรภ์ให้เหมาะสม และปรึกษาแพทย์ร่วมด้วย

ที่มา หนังสือดูแลคุณแม่หลังคลอด 2 โรงพยาบาลบำรุงราษฏร์ อินเตอร์เนชั่นแนล

วันพุธที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

เลือกเพศลูกได้สไตล์ธรรมชาติ

ข้อมูลแรกที่อยากเล่าให้ฟังก็คงเป็นเรื่องของ"พระเอก" ก็คือ "คุณอสุจิ" ที่มาจากคุณผู้ชายไงคะ คุณอสุจิเป็นเหมือนผู้ใหญ่บ้านค่ะ ในหมู่บ้านของคุณอสุจินั้นจะมีสเปิร์ม เป็นลูกบ้านเยอะแยะเลยค่ะ มีทั้งลูกบ้านที่เป็นผู้หญิงและผู้ชาย ลูกบ้านผู้ชายก็เรียกว่า "สเปอร์ม Y" ลูกบ้านผู้หญิงก็เรียกว่า "สเปอร์ม X" ลูกบ้านทั้งสองฝ่ายนี้มีบุคลิกประจำตัวไม่เหมือนกันค่ะ ลูกบ้านผู้ชาย หรือ "สเปอร์ม Y" เขาจะมีขนาดเล็ก หัวกลม เคลื่อนที่ได้รวดเร็ว และใจเสาะเพราะมักจะล้มตายเมื่อเจอกับสภาพแวดล้อมที่เป็นกรด แต่จะเคลื่อนไหวได้เร็วขี้นในสภาพแวดล้อมที่เป็นด่าง ส่วนอีกฝ่ายหนึ่งคือลูกบ้านฝ่ายหญิง หรือ "สเปอร์ม X" เธอจะมีขนาดตัวอ้วนใหญ่ หัวเป็นรูปไข่ เคลื่อนไหวได้ช้า แต่เธอทนได้ดีกับสภาวะแวดล้อมที่เป็นกรด

ลูกบ้านทั้งสองฝ่ายกำลังจะแข่งขันกันเข้าสู่เส้นชัยค่ะ

สภาพแวดล้อมของสนามที่ทั้งสองฝ่ายจะแข่งขันกันก็คือ ช่องคลอดไงคะ ถ้าช่องคลอดของเราเป็นกรดมากเกินไปก็ม่องทั้งคู่แน่ค่ะ แต่ถ้าช่องคลอดของเรามีสภาวะเป็นกรดเล็กน้อย ฝ่ายที่อยู่รอดได้ดีคือ ถูกต้องคร้าบบบ ฝ่ายหญิงลมกรดของเรานั่นเอง เพราะฝ่ายชายทนกรดไม่ได้ เลยแพ้กรดอ่ะ แต่ถ้าเมื่อไหร่สภาวะช่องคลอดของเราเป็นด่าง ฮั่นแน่ ปรากฏว่าฝ่ายชายตีตื้นขี้นมาทันทีเพราะฝ่ายชายจะเคลื่อนไหวได้ดีขี้นเมื่อสภาวะแวดล้อมเป็นด่าง สมกับที่เป็นคุณชายหน้าด่างจริงๆ

ทุกครั้งที่เรามีกิจกรรมยิมนาสติกลีลาใหม่บ้างเก่าบ้าง (บนเตียง) ก็จะมีกิจกรรมวิ่งแข่งขันกันของลูกบ้านด้วยนะคะ ก็คือทุกครั้งที่ฝ่ายชายหลั่งน้ำอสุจิออกมา รวมๆกันประมาณ 200-300 ล้านตัว (พระเจ้าจอร์ช มันเยอะมาก) ก็จะมีเพียงตัวเดียวเทานั้นที่เข้าวิน และลูกบ้านฝ่ายนั้นก็จะเป็นตัวกำหนดเพศของเด็กนั่นเองค่ะ ถ้าลูกบ้าน "สเปอร์ Y" เป็นฝ่ายชนะวิ่งเข้าวินได้ก่อนเราก็จะได้ลูกเพศ........ทายสิคะ.......ถูกต้องคร้าบบบบบเพศชายนั่นเอง แต่ถ้า "สเปอร์ม X" เป็นฝ่ายชนะวิ่งเข้าวินก่อนก็จะได้ลูกเพศหญิงไงคะ

การที่จะทำให้ลูกบ้านฝ่ายชายหรือฝ่ายหญิงได้วิ่งไปเข้าวินก่อนอีกฝ่ายหนึ่งก็ขึ้นอยู่กับ "การสร้างสภาวะแวดล้อมของช่องคลอด" และ "จังหวะโอกาสในช่วงของการมีเพศสัมพันธ์" ถ้าเราทำได้ก็มีโอกาสเลือกเพศได้สไตล์ธรรมชาติสูงถึง 80% ทีเดียวค่ะ

อ้อ ! หากอยากได้ลูกชายก็ควรเพิ่มเรื่องของ "สุขภาพที่แข็งแรงของฝ่ายชาย" เข้าไปด้วยนะคะ ทางการแพทย์ได้วิเคราะห์แล้ว่าสุขภาพของคุณผู้ชายที่สมบูรณ์แข็งแรงก็จะส่งผลไปถึงสุขภาพของผู้ใหญ่บ้านและลูกบ้านโดยเฉพาะ "คุณสเปอร์ม Y" ด้วยค่ะ

เรื่องของการจะทำให้ร่างกายและสุขภาพเป็นภาวะที่เหมาะกับ X หรือ Y ก็เป็นเรื่องท้าทายว่าทั้งสองฝ่ายจะ "ร่วมมือ" กันเตรียมตัวเตรียมใจเตรียมร่างกายกันก่อนได้อย่างไร จากนั้นแล้วก็ค่อยๆตามมาด้วยการ "ร่วมเพศ" ค่ะ

ที่มา นิตยสาร บันทึกคุณแม่
ถุงยาง

วันจันทร์ที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

อยากให้ชีวิตคู่ยืนยาวต้องบริหารเวลาให้เป็น

การมีครอบครัว คือ การที่คนสองคนนำชีวิตมาหลอมรวมเป็นคนเดียวกันเพื่อดำเนินชีวิตคู่ร่วมกัน ขณะที่แต่ละคนต่างก็ยังมีชีวิตของตัวเอง "เวลา" จีงเป็นส่วนสำคัญที่ทั้งสองจะต้องจัดแบ่งให้ได้ว่า เวลาใดคือ เวลาของชีวิตคู่ และเวลาใด คือเวลาส่วนตัว สามีภรรยาหลายคู่ต้องประสบความล้มเหลวในชีวิตคู่เพราะไม่ให้ความสำคัญกับเรื่องของการบริหารจัดการเวลาให้ดี และเพื่อให้ "เวลา" ไม่ได้เป็นอุปสรรคสำคัญสำหรับการดำเนินชีวิตคู่ เรามาร่วมกนศึกษาหาวิธีบริหารเวลาของชีวิตให้ลงตัวกันดีกว่าค่ะ

แบ่งเวลางานและเวลาครอบครัวให้ชัด

เรื่องานดูจะเป็นปัจจัยหลักของปัญหาเรื่องเวลาในชีวิตคู่ เพราะมีส่วนสัมพันธ์กับเรื่องปากท้องจองคนในครอบครัว ยิ่งถ้าทั้งคู่ต่างมีภาระต้องผ่อนบ้าน ผ่อนรถ และร่วมรับผิดชอบค่าใช้จ่ายของลูกอีก "งาน" จะกลายเป็นปัจจับสำคัญทีทั้งคู่ต้องให้ความสำคัญในการจัดการให้ลงตัว ขณะเดียวกันยังมีอีกหลายท่านที่ไม่ได้ถูกภาระทางการเงินบังคับให้ต้องให้ความสำคัญกับงานมากกว่าครอบครัว หากแต่หัวใจเรียกร้องให้ต้องออกไปหาอะไรทำนอกบ้าน ในเหตุผลปะการหลังต้องถือเป็นเรื่องส่วนตัว เพราะฉะนั้นหากคุณต้องการประสบความสำเร็จทั้งในเรื่องงาน และครอบครัว ถึงเวลางาน "จงตั้งใจทำงาน" แต่เมื่อกลับถึงบ้านปล่อยให้เวลานั้นเป็นเวลาของครอบครัวอย่างเต็มที่เถอะค่ะ ถ้าไม่มีอะไรสำคัญค้างคาอยู่ เลิกงานปุ๊บ รีบบึ่งรถกลับไปหาคนที่เขารอเจอหน้าคุณอยู่ที่บ้านเถอะค่ะ

เมื่อมีเวลา ทำให้เป็ฯเวลาคุณภาพ

บางครั้งคำว่า "ความรับผิดชอบ" ก็ทำให้เราวางตัวยากเหมือนกันนะ ถ้าคุณเอาแต่ให้ความสำคัญกับเรื่องงานมากจนเกินไป ก็อาจจะถูกเจ้านายเพ่งเล็งได้ว่าขาดความรับผิดชอบ เพราะฉะนั้นเมือมีงานก็ทำงานให้เต็มที่ไปเถอะค่ะ เพียงแต่ว่าเมื่อคุณมีเวลา ทำ"เวลา"เหล่านั้นให้เป็นเวลาที่มีคุณภาพสำหรับสมาชิกในครอบครัวของคุณ อย่าพกเอาความหงุดหงิดใจจากที่ทำงานกลับไปทำร้ายคนที่บ้านเด็ดขาด ถ้าวันไหนรู้สึกล้ามากๆ กับเรื่องราวหนักๆที่ทำงาน และอยากได้กำลังใจ แย็บๆดูว่าสภาวะจิตใจของเขาพร้อมรับฟังจากคุณหรึอเปล่า (บางทีเขาอาจจะเจอมาหนักกว่าคุณก็ได้) ถ้าเช็คดูแล้ว เขายังโอเค ก็ค่อยบอกเล่าเรื่องราวที่เจอมาให้เขาฟัง และอย่าลืมที่จะฟังความคิดเห็นของเขาด้วยล่ะ ช่วงเวลานี้แหล่ะที่เป็นช่วงเวลาคุณภาพของคุณกับเขา เพราะนอกจากเขาจะช่วยให้คุณเย็นใจขี้นแล้ว ยังทำให้คุณและเขาเข้าใจมากขี้น ความสัมพันธ์แนบแน่นยิ่งขี้น

แม้เวลาไม่ตรงกัน แต่ใจเราสื่อถึงกัน

หากคุณหาช่วงเวลาตรงกันไม่ได้จริงๆ ประเภทที่ว่าเขาอยู่บ้าน คุณต้องออกไปทำงาน แต่พอคุณมีเวลาบ้าง เขากลับต้องออกไปปฏิบัติภารกิจนอกบ้าน สวนกันไปสวนกันมาอย่างนี้ เห็นทีคงต้องพึ่งเครื่องมือ และเทคนิคนิดๆหน่อยๆแล้วหล่ะค่ะ ก่อนออกจากบ้านเขียนข้อความน่ารักๆแสดงความห่วงใยถึงกันอาทิ "วันนี้ต้องรีบไปแต่เช้า หาอะไรกินเองนะ แล้วเที่ยงจะโทรหา คอยรับล่ะ" แล้วแปะไว้ตรงที่ที่คุณมั่นใจว่ายังๆๆ เขาก็ต้องเห็นข้อความของคุณแน่ๆ และถ้ามีเวลาหมั่นโทรหาเขาบ่อยๆ เท่าที่คุณจะหาโอกาสได้ แต่ระวัง! อย่าให้ไปรบกวนเวลางานของคุณเข้าล่ะ

วางแผนใช้เวลาร่วมกัน

นานๆทีจะช่วงเวลาที่ไม่ตรงกันกันบ้าง สักอาทิตย์ สองอาทิตย์ ก็คงไม่เป็นไร แต่ถ้าทำท่าว่าจะยาวนานออกไปอีก เห็นทีคุณสองคนต้องใช้เวลาคุณภาพที่มีอยู่อันน้อยนิดนั้นมานั่งวางแผนหาเวลาให้ได้ทำกิจกรรม หรือออกเที่ยวร่วมกันบ้างล่ะ พยายามเขียนตารางเวลา หรือ กำหนดการนัดหมายของคุณไว้ วางแผนการทำงานให้เสร็จตามตารางที่กำหนด และที่สำคัญคุณจะต้องมีวินัยกับตารางการทำงาน และตารางนัดหมายของคุณอย่างเคร่งครัด ไม่อย่างนั้น เสียเวลาเปล่าๆค่ะ

ที่มา นิตยสาร Baby & Kids' digest
ถุงยาง การใช้ถุงยางอนามัย

วันเสาร์ที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

7 เคล็ดลับสร้างความสัมพันธ์

ระหว่างคนสองคน ระหว่างชีวิตคู่ คุณทั้งสองย่อมปรารถนาให้สายสัมพันธ์ที่ถักทอร่วมกันนั้นงดงาม ยืนยาว และมั่นคงตลอดไป จึงขอแนะนำ 7 เคล็ดลับดังนี้ค่ะ ซึ่งจะช่วงให้ความสัมพันธ์ของคุณทั้งสองแนบแน่นยิ่งขี้น

1 รักตัวเอง เพราะถ้าคุณไม่รักตัวเองเสียแล้ว มันก็ยากที่คุณจะเชื่อว่ามีคนอื่นรักคุณ การรู้จักตัวตนของตัวเองนั้นเป็นเรื่องสำคัญสำหรับการมีความสัมพันธ์ที่ดี การรู้จักความชอบที่แท้จริงของตนเอง แม้ว่ามันจะทำให้เราเจ็บปวด หรือ อ่อนแอบ้าง แต่นั่นก็ทำให้คุณกล้า และมั่นใจในตนเอง ซึ่งจะทำให้คุณสามารถร่าวมไปในความสุขที่เขาหรือเธอของคุณนำมาให้ได้

ถ้าคุณเคยมีประสบการณ์ที่แย่ มันจะมีค่าอย่างยิ่งถ้าคุณจะเรียนรู้มัน อาจหาคนที่คุณไว้วางใจพูดคุยเพื่อคลี่คลาย การยอมเขาหรือเธอของคุณอาจทำให้ปัญหาจบลงได้ก็จริง แต่การที่คุณแข็งแกร่งและยืนหยัดเป็นตัวของคุณเอง ย่อมทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างคุณทั้งสองแข็งแรงยิ่งกว่า เพราะเป็นความรับผิดชอบร่วมกัน

2. ขอบเขาหรือเธอของคุณ

ความสัมพันธ์ที่ดีจะเกิดขี้นเมื่อคนทั้งสองคนชอบกันแลกันอย่างจริงใจ การพูดถึงความรักเป็นเรื่องที่แสนจะโรแมนติกก็จริง แต่อย่าลืมว่าความรักคืออารมณ์ความรู้สึกซึ่มีการเปลี่ยนแปลงนะคะ

การที่คนเราชอบใครสักคนอย่างจริงใจ คุณจะมีความสุขร่วมไปกับเขาหรือเธอของคุณ เห็นตามสิ่งที่เขาหรือเธอของคุณคิดและทำ มีการแบ่งปันความฝันในชีวิตระหว่างกัน ที่สำคัญอย่าลืมบอกถึงความชอบความรักที่คุณมีต่อเขาหรือเธอของคุณด้วย การบอกความรู้สึกที่ดีๆ นี้จะช่วยให้เกิดความเชื่อมั่นไว้วางใจ และเคารพซึ่งกันและกันค่ะ

3. ให้เวลาคุณภาพ

สิ่งสำคัญในเรื่องของความสัมพันธ์ที่วัดได้อย่างชัดเจนก็คือเวลาที่มีให้กัน แรกเริ่มเมื่อคนเรารักกัน จะมีความต้องการอยู่ด้วยกันอย่างสูง แต่เมื่อเวลาผ่านไปและชีวินก็มีการงานและลูกๆ เข้ามาเกี่ยวข้องมากขี้น เวลาระหว่างคนสองคนก็จะมีความสำคัญน้อยลงตามลำดับ จนที่สุดก็ถูกหลงลืม

ถ้าคุณทั้งสองคนมีเวลาของสองเราน้อยมากๆ จงใช้เวลาที่มีน้อยนิดนั้นให้มีคุณภาพค่ะ เป็นเวลาของคุณทั้งสองจริงๆ โดยไม่มีสิ่งใดมารบกวน เรื่องนี้สำคัญต่อความสัมพันธ์ในชีวิตคู่จริงๆนะคะ

4. พูดคุย

การพูดคุยที่ดีมีความสัมพันธ์ต่อคุณภาพของความสัมพันธ์ค่ะ มันเป็นหนทางเดียวที่จะบอกเขาหรือเธอของคุณให้รู้ว่าคุณเป็นอย่างไร และทำไมคุณถึงพูด ทำ หรือแสดงพฤติกรรมนั้นๆออกมา
การพูดคุยที่ดี ก็คือการพูดอย่างเปิดใจและซื่อสัตย์ต่อความคิดความรู้สึกของคุณ และก็หมายถึงการฟังเขาหรือเธอของคุณพูดอย่างเต็มที่โดยไม่ไปตัดสินหรือขัดจังหวะด้วย

5. การถกเถียงที่ดี

การยอมรับว่าการถกเถียงของคนเราเป็นเรื่องปกติของความสัมพันธ์นั้นเป็นเรื่องสำคัญค่ะ เพราะเราทุกคนต่างมีตัวตนของตนเอง เราทุกคนล้วนแตกต่างกัน นี่คือเรื่องจริง

ถ้าคุณทั้งสองมีการถกเถึยงที่ดี ก็ไม่ต้องกังวลเรื่องความคิดเห็นแตกต่างกันหรือการตกลงกันไม่ได้ การขัดแย้งที่ดีจะนำไปสู่การแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ความรู้สึกระหว่างกัน ซี่งที่สุดจะให้ข้อตกลงที่นำความสุขมาให้ทั้งสองฝ่าย นอกจากนี้ยังเพิ่มประสบการณ์ให้คุณได้รู้จักปลดปล่อยอารมณ์ความรู้สึกที่เป็นตัวตนของคุณออกมาก ก่อให้เกิดความเข้าใจ อันทำให้ความสัมพันธ์ของคุณทั้งสองยิ่งแนบแน่นมากขี้น

6. สัมผัสทุกวัน

การสัมผัสเป็นสิ่งที่คนเราต้องการ มีผลการวิจัยมากมายทั้งในสัตว์และคน ซี่งพบว่าการขาดการสัมผัสนั้น จะทำให้ชีวิตที่เริ่มต้นตายหรือเจริญเติบโตไม่ดี การกอดสัมผัสนี้จะทำให้ความดันโลหิตเป็นปกติดี ทั้งยังทำให้เซลล์ประสาททำงานกันอย่างมีประสิทธิภาพ
การสัมผัสมีพลังทำให้คนเรารู้สึกสบาย มั่นคง มั่นใจ และปลุกเร้ากระฉับกระเฉงให้เกิดขี้น แน่นอนรวมทั้งการมีเพศสัมพันธ์ที่ดีก็ช่วยให้ความสัมพันธ์นั้นๆ ดีไปด้วยค่ะ

7. ยอมรับการเปลี่ยนแปลง

คนเราเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา และการเปลี่ยนแปลงก็ทำให้ความสัมพันธ์มีชีวิต ส่งผลให้ชีวิตคนเราเปลี่ยนไปด้วย แม้บางครั้งจะไม่ใช่ในหนทางที่เราต้องการก็ตาม

การเปลี่ยนแปลงนั้น เปิดโอกาสให้ความสัมพันธ์ได้เติบโตและสนิทแนบแน่น แม้บางครั้งจะมีความเจ็บปวดอยู่ด้วยก็ตาม การเปลี่ยนแปลงยังหมายถึงการคิดในหนทางใหม่ การมีเส้นทางชีวิตใหม่ การเปลี่ยนแปลงบางสิ่งบางอย่างที่คุ้นเคยหรือปลอดภัยด้วย

ในความสัมพันธ์ที่ดีนั้น คนสองคนจะได้เรียนรู้จักปรับและเปลี่ยนไปด้วยกัน ได้เรียนรู้จักการยอมรับว่าการเปลี่ยนแปลงคือส่วนหนี่งของชีวิตคนเรา ดังนั้นการจะทำให้ความสัมพันธ์ดำเนินไปด้วยดี เราทั้งสองจึงต้องคอยสนับสนุนและข่วยเหลือกันและกัน

ที่มา 108 เคล็ดลับวิธีพันใจ นิตยสาร รักลูก

วิธีการคุมกำเนิด การใช้ถุงยางอนามัย ถุงยาง