วันจันทร์ที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

การมีเพศสัมพันธ์และการคุมกำเนิดของคุณแม่หลังคลอด

มารดาหลังคลอดจะต้องงดร่วมเพศ 6 สัปดาห์หลังคลอด เนื่องจากมีแผลฝีเย็บอาจจะฉีกขาดได้ ถ้ามีการร่วมเพศเร็วเกินไปและเนื่องจากแผลในโพรงมดลูกยังไม่เข้าสู่ปกติ อาจมีการติดเชื้อได้ และหลังคลอดใน 6 สัปดาห์แรกนี้ มารดาไม่ควรสอดใส่วัสดุใดๆเข้าไปในช่องคลอด

การมาพบแพทย์ตามนัดและการคุมกำเนิด

แพทย์จะนัดตรวจมารดาหลังคลอดประมาณ 30-45 วัน หลังคลอดเพื่อตรวจดูอวัยวะต่างๆว่าเข้าสู่สภาพปกติหรือไม่ และพร้อมรับคำปรึกษาเกี่ยวกับการคุมกำเนิด การคุมกำเนิดมีหลายวิธี ดังนี้


  • การใช้ถุงยางอนามัย

  • การใช้ยาคุมกำเนิด

  • การใส่ห่วงคุมกำเนิด

  • การฉีดยาคุมหรือฝังยาใต้ผิวหนัง

  • การนับวันตกไข่

  • การหลั่งน้ำกามภายนอกของฝ่ายชาย

  • การใช้ยาสอดฆ่าเชื้ออสุจิ

  • การทำหมัน



ดังนั้นเพื่อสุขภาพของมารดาและบุตร ในอนาคตมารดาควรเริ่มระยะตั้งครรภ์ให้เหมาะสม และปรึกษาแพทย์ร่วมด้วย

ที่มา หนังสือดูแลคุณแม่หลังคลอด 2 โรงพยาบาลบำรุงราษฏร์ อินเตอร์เนชั่นแนล

วันพุธที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

เลือกเพศลูกได้สไตล์ธรรมชาติ

ข้อมูลแรกที่อยากเล่าให้ฟังก็คงเป็นเรื่องของ"พระเอก" ก็คือ "คุณอสุจิ" ที่มาจากคุณผู้ชายไงคะ คุณอสุจิเป็นเหมือนผู้ใหญ่บ้านค่ะ ในหมู่บ้านของคุณอสุจินั้นจะมีสเปิร์ม เป็นลูกบ้านเยอะแยะเลยค่ะ มีทั้งลูกบ้านที่เป็นผู้หญิงและผู้ชาย ลูกบ้านผู้ชายก็เรียกว่า "สเปอร์ม Y" ลูกบ้านผู้หญิงก็เรียกว่า "สเปอร์ม X" ลูกบ้านทั้งสองฝ่ายนี้มีบุคลิกประจำตัวไม่เหมือนกันค่ะ ลูกบ้านผู้ชาย หรือ "สเปอร์ม Y" เขาจะมีขนาดเล็ก หัวกลม เคลื่อนที่ได้รวดเร็ว และใจเสาะเพราะมักจะล้มตายเมื่อเจอกับสภาพแวดล้อมที่เป็นกรด แต่จะเคลื่อนไหวได้เร็วขี้นในสภาพแวดล้อมที่เป็นด่าง ส่วนอีกฝ่ายหนึ่งคือลูกบ้านฝ่ายหญิง หรือ "สเปอร์ม X" เธอจะมีขนาดตัวอ้วนใหญ่ หัวเป็นรูปไข่ เคลื่อนไหวได้ช้า แต่เธอทนได้ดีกับสภาวะแวดล้อมที่เป็นกรด

ลูกบ้านทั้งสองฝ่ายกำลังจะแข่งขันกันเข้าสู่เส้นชัยค่ะ

สภาพแวดล้อมของสนามที่ทั้งสองฝ่ายจะแข่งขันกันก็คือ ช่องคลอดไงคะ ถ้าช่องคลอดของเราเป็นกรดมากเกินไปก็ม่องทั้งคู่แน่ค่ะ แต่ถ้าช่องคลอดของเรามีสภาวะเป็นกรดเล็กน้อย ฝ่ายที่อยู่รอดได้ดีคือ ถูกต้องคร้าบบบ ฝ่ายหญิงลมกรดของเรานั่นเอง เพราะฝ่ายชายทนกรดไม่ได้ เลยแพ้กรดอ่ะ แต่ถ้าเมื่อไหร่สภาวะช่องคลอดของเราเป็นด่าง ฮั่นแน่ ปรากฏว่าฝ่ายชายตีตื้นขี้นมาทันทีเพราะฝ่ายชายจะเคลื่อนไหวได้ดีขี้นเมื่อสภาวะแวดล้อมเป็นด่าง สมกับที่เป็นคุณชายหน้าด่างจริงๆ

ทุกครั้งที่เรามีกิจกรรมยิมนาสติกลีลาใหม่บ้างเก่าบ้าง (บนเตียง) ก็จะมีกิจกรรมวิ่งแข่งขันกันของลูกบ้านด้วยนะคะ ก็คือทุกครั้งที่ฝ่ายชายหลั่งน้ำอสุจิออกมา รวมๆกันประมาณ 200-300 ล้านตัว (พระเจ้าจอร์ช มันเยอะมาก) ก็จะมีเพียงตัวเดียวเทานั้นที่เข้าวิน และลูกบ้านฝ่ายนั้นก็จะเป็นตัวกำหนดเพศของเด็กนั่นเองค่ะ ถ้าลูกบ้าน "สเปอร์ Y" เป็นฝ่ายชนะวิ่งเข้าวินได้ก่อนเราก็จะได้ลูกเพศ........ทายสิคะ.......ถูกต้องคร้าบบบบบเพศชายนั่นเอง แต่ถ้า "สเปอร์ม X" เป็นฝ่ายชนะวิ่งเข้าวินก่อนก็จะได้ลูกเพศหญิงไงคะ

การที่จะทำให้ลูกบ้านฝ่ายชายหรือฝ่ายหญิงได้วิ่งไปเข้าวินก่อนอีกฝ่ายหนึ่งก็ขึ้นอยู่กับ "การสร้างสภาวะแวดล้อมของช่องคลอด" และ "จังหวะโอกาสในช่วงของการมีเพศสัมพันธ์" ถ้าเราทำได้ก็มีโอกาสเลือกเพศได้สไตล์ธรรมชาติสูงถึง 80% ทีเดียวค่ะ

อ้อ ! หากอยากได้ลูกชายก็ควรเพิ่มเรื่องของ "สุขภาพที่แข็งแรงของฝ่ายชาย" เข้าไปด้วยนะคะ ทางการแพทย์ได้วิเคราะห์แล้ว่าสุขภาพของคุณผู้ชายที่สมบูรณ์แข็งแรงก็จะส่งผลไปถึงสุขภาพของผู้ใหญ่บ้านและลูกบ้านโดยเฉพาะ "คุณสเปอร์ม Y" ด้วยค่ะ

เรื่องของการจะทำให้ร่างกายและสุขภาพเป็นภาวะที่เหมาะกับ X หรือ Y ก็เป็นเรื่องท้าทายว่าทั้งสองฝ่ายจะ "ร่วมมือ" กันเตรียมตัวเตรียมใจเตรียมร่างกายกันก่อนได้อย่างไร จากนั้นแล้วก็ค่อยๆตามมาด้วยการ "ร่วมเพศ" ค่ะ

ที่มา นิตยสาร บันทึกคุณแม่
ถุงยาง

วันจันทร์ที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

อยากให้ชีวิตคู่ยืนยาวต้องบริหารเวลาให้เป็น

การมีครอบครัว คือ การที่คนสองคนนำชีวิตมาหลอมรวมเป็นคนเดียวกันเพื่อดำเนินชีวิตคู่ร่วมกัน ขณะที่แต่ละคนต่างก็ยังมีชีวิตของตัวเอง "เวลา" จีงเป็นส่วนสำคัญที่ทั้งสองจะต้องจัดแบ่งให้ได้ว่า เวลาใดคือ เวลาของชีวิตคู่ และเวลาใด คือเวลาส่วนตัว สามีภรรยาหลายคู่ต้องประสบความล้มเหลวในชีวิตคู่เพราะไม่ให้ความสำคัญกับเรื่องของการบริหารจัดการเวลาให้ดี และเพื่อให้ "เวลา" ไม่ได้เป็นอุปสรรคสำคัญสำหรับการดำเนินชีวิตคู่ เรามาร่วมกนศึกษาหาวิธีบริหารเวลาของชีวิตให้ลงตัวกันดีกว่าค่ะ

แบ่งเวลางานและเวลาครอบครัวให้ชัด

เรื่องานดูจะเป็นปัจจัยหลักของปัญหาเรื่องเวลาในชีวิตคู่ เพราะมีส่วนสัมพันธ์กับเรื่องปากท้องจองคนในครอบครัว ยิ่งถ้าทั้งคู่ต่างมีภาระต้องผ่อนบ้าน ผ่อนรถ และร่วมรับผิดชอบค่าใช้จ่ายของลูกอีก "งาน" จะกลายเป็นปัจจับสำคัญทีทั้งคู่ต้องให้ความสำคัญในการจัดการให้ลงตัว ขณะเดียวกันยังมีอีกหลายท่านที่ไม่ได้ถูกภาระทางการเงินบังคับให้ต้องให้ความสำคัญกับงานมากกว่าครอบครัว หากแต่หัวใจเรียกร้องให้ต้องออกไปหาอะไรทำนอกบ้าน ในเหตุผลปะการหลังต้องถือเป็นเรื่องส่วนตัว เพราะฉะนั้นหากคุณต้องการประสบความสำเร็จทั้งในเรื่องงาน และครอบครัว ถึงเวลางาน "จงตั้งใจทำงาน" แต่เมื่อกลับถึงบ้านปล่อยให้เวลานั้นเป็นเวลาของครอบครัวอย่างเต็มที่เถอะค่ะ ถ้าไม่มีอะไรสำคัญค้างคาอยู่ เลิกงานปุ๊บ รีบบึ่งรถกลับไปหาคนที่เขารอเจอหน้าคุณอยู่ที่บ้านเถอะค่ะ

เมื่อมีเวลา ทำให้เป็ฯเวลาคุณภาพ

บางครั้งคำว่า "ความรับผิดชอบ" ก็ทำให้เราวางตัวยากเหมือนกันนะ ถ้าคุณเอาแต่ให้ความสำคัญกับเรื่องงานมากจนเกินไป ก็อาจจะถูกเจ้านายเพ่งเล็งได้ว่าขาดความรับผิดชอบ เพราะฉะนั้นเมือมีงานก็ทำงานให้เต็มที่ไปเถอะค่ะ เพียงแต่ว่าเมื่อคุณมีเวลา ทำ"เวลา"เหล่านั้นให้เป็นเวลาที่มีคุณภาพสำหรับสมาชิกในครอบครัวของคุณ อย่าพกเอาความหงุดหงิดใจจากที่ทำงานกลับไปทำร้ายคนที่บ้านเด็ดขาด ถ้าวันไหนรู้สึกล้ามากๆ กับเรื่องราวหนักๆที่ทำงาน และอยากได้กำลังใจ แย็บๆดูว่าสภาวะจิตใจของเขาพร้อมรับฟังจากคุณหรึอเปล่า (บางทีเขาอาจจะเจอมาหนักกว่าคุณก็ได้) ถ้าเช็คดูแล้ว เขายังโอเค ก็ค่อยบอกเล่าเรื่องราวที่เจอมาให้เขาฟัง และอย่าลืมที่จะฟังความคิดเห็นของเขาด้วยล่ะ ช่วงเวลานี้แหล่ะที่เป็นช่วงเวลาคุณภาพของคุณกับเขา เพราะนอกจากเขาจะช่วยให้คุณเย็นใจขี้นแล้ว ยังทำให้คุณและเขาเข้าใจมากขี้น ความสัมพันธ์แนบแน่นยิ่งขี้น

แม้เวลาไม่ตรงกัน แต่ใจเราสื่อถึงกัน

หากคุณหาช่วงเวลาตรงกันไม่ได้จริงๆ ประเภทที่ว่าเขาอยู่บ้าน คุณต้องออกไปทำงาน แต่พอคุณมีเวลาบ้าง เขากลับต้องออกไปปฏิบัติภารกิจนอกบ้าน สวนกันไปสวนกันมาอย่างนี้ เห็นทีคงต้องพึ่งเครื่องมือ และเทคนิคนิดๆหน่อยๆแล้วหล่ะค่ะ ก่อนออกจากบ้านเขียนข้อความน่ารักๆแสดงความห่วงใยถึงกันอาทิ "วันนี้ต้องรีบไปแต่เช้า หาอะไรกินเองนะ แล้วเที่ยงจะโทรหา คอยรับล่ะ" แล้วแปะไว้ตรงที่ที่คุณมั่นใจว่ายังๆๆ เขาก็ต้องเห็นข้อความของคุณแน่ๆ และถ้ามีเวลาหมั่นโทรหาเขาบ่อยๆ เท่าที่คุณจะหาโอกาสได้ แต่ระวัง! อย่าให้ไปรบกวนเวลางานของคุณเข้าล่ะ

วางแผนใช้เวลาร่วมกัน

นานๆทีจะช่วงเวลาที่ไม่ตรงกันกันบ้าง สักอาทิตย์ สองอาทิตย์ ก็คงไม่เป็นไร แต่ถ้าทำท่าว่าจะยาวนานออกไปอีก เห็นทีคุณสองคนต้องใช้เวลาคุณภาพที่มีอยู่อันน้อยนิดนั้นมานั่งวางแผนหาเวลาให้ได้ทำกิจกรรม หรือออกเที่ยวร่วมกันบ้างล่ะ พยายามเขียนตารางเวลา หรือ กำหนดการนัดหมายของคุณไว้ วางแผนการทำงานให้เสร็จตามตารางที่กำหนด และที่สำคัญคุณจะต้องมีวินัยกับตารางการทำงาน และตารางนัดหมายของคุณอย่างเคร่งครัด ไม่อย่างนั้น เสียเวลาเปล่าๆค่ะ

ที่มา นิตยสาร Baby & Kids' digest
ถุงยาง การใช้ถุงยางอนามัย

วันเสาร์ที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

7 เคล็ดลับสร้างความสัมพันธ์

ระหว่างคนสองคน ระหว่างชีวิตคู่ คุณทั้งสองย่อมปรารถนาให้สายสัมพันธ์ที่ถักทอร่วมกันนั้นงดงาม ยืนยาว และมั่นคงตลอดไป จึงขอแนะนำ 7 เคล็ดลับดังนี้ค่ะ ซึ่งจะช่วงให้ความสัมพันธ์ของคุณทั้งสองแนบแน่นยิ่งขี้น

1 รักตัวเอง เพราะถ้าคุณไม่รักตัวเองเสียแล้ว มันก็ยากที่คุณจะเชื่อว่ามีคนอื่นรักคุณ การรู้จักตัวตนของตัวเองนั้นเป็นเรื่องสำคัญสำหรับการมีความสัมพันธ์ที่ดี การรู้จักความชอบที่แท้จริงของตนเอง แม้ว่ามันจะทำให้เราเจ็บปวด หรือ อ่อนแอบ้าง แต่นั่นก็ทำให้คุณกล้า และมั่นใจในตนเอง ซึ่งจะทำให้คุณสามารถร่าวมไปในความสุขที่เขาหรือเธอของคุณนำมาให้ได้

ถ้าคุณเคยมีประสบการณ์ที่แย่ มันจะมีค่าอย่างยิ่งถ้าคุณจะเรียนรู้มัน อาจหาคนที่คุณไว้วางใจพูดคุยเพื่อคลี่คลาย การยอมเขาหรือเธอของคุณอาจทำให้ปัญหาจบลงได้ก็จริง แต่การที่คุณแข็งแกร่งและยืนหยัดเป็นตัวของคุณเอง ย่อมทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างคุณทั้งสองแข็งแรงยิ่งกว่า เพราะเป็นความรับผิดชอบร่วมกัน

2. ขอบเขาหรือเธอของคุณ

ความสัมพันธ์ที่ดีจะเกิดขี้นเมื่อคนทั้งสองคนชอบกันแลกันอย่างจริงใจ การพูดถึงความรักเป็นเรื่องที่แสนจะโรแมนติกก็จริง แต่อย่าลืมว่าความรักคืออารมณ์ความรู้สึกซึ่มีการเปลี่ยนแปลงนะคะ

การที่คนเราชอบใครสักคนอย่างจริงใจ คุณจะมีความสุขร่วมไปกับเขาหรือเธอของคุณ เห็นตามสิ่งที่เขาหรือเธอของคุณคิดและทำ มีการแบ่งปันความฝันในชีวิตระหว่างกัน ที่สำคัญอย่าลืมบอกถึงความชอบความรักที่คุณมีต่อเขาหรือเธอของคุณด้วย การบอกความรู้สึกที่ดีๆ นี้จะช่วยให้เกิดความเชื่อมั่นไว้วางใจ และเคารพซึ่งกันและกันค่ะ

3. ให้เวลาคุณภาพ

สิ่งสำคัญในเรื่องของความสัมพันธ์ที่วัดได้อย่างชัดเจนก็คือเวลาที่มีให้กัน แรกเริ่มเมื่อคนเรารักกัน จะมีความต้องการอยู่ด้วยกันอย่างสูง แต่เมื่อเวลาผ่านไปและชีวินก็มีการงานและลูกๆ เข้ามาเกี่ยวข้องมากขี้น เวลาระหว่างคนสองคนก็จะมีความสำคัญน้อยลงตามลำดับ จนที่สุดก็ถูกหลงลืม

ถ้าคุณทั้งสองคนมีเวลาของสองเราน้อยมากๆ จงใช้เวลาที่มีน้อยนิดนั้นให้มีคุณภาพค่ะ เป็นเวลาของคุณทั้งสองจริงๆ โดยไม่มีสิ่งใดมารบกวน เรื่องนี้สำคัญต่อความสัมพันธ์ในชีวิตคู่จริงๆนะคะ

4. พูดคุย

การพูดคุยที่ดีมีความสัมพันธ์ต่อคุณภาพของความสัมพันธ์ค่ะ มันเป็นหนทางเดียวที่จะบอกเขาหรือเธอของคุณให้รู้ว่าคุณเป็นอย่างไร และทำไมคุณถึงพูด ทำ หรือแสดงพฤติกรรมนั้นๆออกมา
การพูดคุยที่ดี ก็คือการพูดอย่างเปิดใจและซื่อสัตย์ต่อความคิดความรู้สึกของคุณ และก็หมายถึงการฟังเขาหรือเธอของคุณพูดอย่างเต็มที่โดยไม่ไปตัดสินหรือขัดจังหวะด้วย

5. การถกเถียงที่ดี

การยอมรับว่าการถกเถียงของคนเราเป็นเรื่องปกติของความสัมพันธ์นั้นเป็นเรื่องสำคัญค่ะ เพราะเราทุกคนต่างมีตัวตนของตนเอง เราทุกคนล้วนแตกต่างกัน นี่คือเรื่องจริง

ถ้าคุณทั้งสองมีการถกเถึยงที่ดี ก็ไม่ต้องกังวลเรื่องความคิดเห็นแตกต่างกันหรือการตกลงกันไม่ได้ การขัดแย้งที่ดีจะนำไปสู่การแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ความรู้สึกระหว่างกัน ซี่งที่สุดจะให้ข้อตกลงที่นำความสุขมาให้ทั้งสองฝ่าย นอกจากนี้ยังเพิ่มประสบการณ์ให้คุณได้รู้จักปลดปล่อยอารมณ์ความรู้สึกที่เป็นตัวตนของคุณออกมาก ก่อให้เกิดความเข้าใจ อันทำให้ความสัมพันธ์ของคุณทั้งสองยิ่งแนบแน่นมากขี้น

6. สัมผัสทุกวัน

การสัมผัสเป็นสิ่งที่คนเราต้องการ มีผลการวิจัยมากมายทั้งในสัตว์และคน ซี่งพบว่าการขาดการสัมผัสนั้น จะทำให้ชีวิตที่เริ่มต้นตายหรือเจริญเติบโตไม่ดี การกอดสัมผัสนี้จะทำให้ความดันโลหิตเป็นปกติดี ทั้งยังทำให้เซลล์ประสาททำงานกันอย่างมีประสิทธิภาพ
การสัมผัสมีพลังทำให้คนเรารู้สึกสบาย มั่นคง มั่นใจ และปลุกเร้ากระฉับกระเฉงให้เกิดขี้น แน่นอนรวมทั้งการมีเพศสัมพันธ์ที่ดีก็ช่วยให้ความสัมพันธ์นั้นๆ ดีไปด้วยค่ะ

7. ยอมรับการเปลี่ยนแปลง

คนเราเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา และการเปลี่ยนแปลงก็ทำให้ความสัมพันธ์มีชีวิต ส่งผลให้ชีวิตคนเราเปลี่ยนไปด้วย แม้บางครั้งจะไม่ใช่ในหนทางที่เราต้องการก็ตาม

การเปลี่ยนแปลงนั้น เปิดโอกาสให้ความสัมพันธ์ได้เติบโตและสนิทแนบแน่น แม้บางครั้งจะมีความเจ็บปวดอยู่ด้วยก็ตาม การเปลี่ยนแปลงยังหมายถึงการคิดในหนทางใหม่ การมีเส้นทางชีวิตใหม่ การเปลี่ยนแปลงบางสิ่งบางอย่างที่คุ้นเคยหรือปลอดภัยด้วย

ในความสัมพันธ์ที่ดีนั้น คนสองคนจะได้เรียนรู้จักปรับและเปลี่ยนไปด้วยกัน ได้เรียนรู้จักการยอมรับว่าการเปลี่ยนแปลงคือส่วนหนี่งของชีวิตคนเรา ดังนั้นการจะทำให้ความสัมพันธ์ดำเนินไปด้วยดี เราทั้งสองจึงต้องคอยสนับสนุนและข่วยเหลือกันและกัน

ที่มา 108 เคล็ดลับวิธีพันใจ นิตยสาร รักลูก

วิธีการคุมกำเนิด การใช้ถุงยางอนามัย ถุงยาง